วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การศัลยกรรมหน้า



การดึงหน้าด้วยวิธีการร้อยไหม

การดึงหน้าร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า Thread Lift หรือ TR Lift ทางเลือกใหม่ทางการแพทย์โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด
สิ่งที่นอกเหนือจากการผ่าตัดดึงหน้าตามปกติแล้ว หรือการแก้ไขปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย
ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่โดยไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น สิ่งนั้นก็คือการยกกระชับใบหน้าด้วยไหมละลาย PDO (Polydioxanone)
ภาพตำแหน่งการร้อยไหม

ข้อดีของการดึงหน้า TR Lift

ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมกันทั่วไปมากขึ้น เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการ ร้อยไหมประมาณ 30 นาที เห็นผลไว อาการเจ็บและบวมน้อยมาก
หลังจากทำการร้อยไหมแล้วจะ ไม่มีแผล โดยคนไข้ไม่ต้องพักฟื้น สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจจะต้องแต่งหน้าช่วย เพื่อปิดรอยช้ำเล็ก ๆ จากการร้อยไหม
หลังจากการร้อยไหม เส้นไหมจะเข้าไปสร้าง คอลลาเจน บริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้น รู้สึกกระชับ ใบหน้าดูเปล่งปลั่งทันทีหลังจากการร้อยไหม

โดยปกติไหมชนิดนี้ ใช้ในวงการแพทย์มานานนับสิบปี เพื่อช่วยเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือเส้นเลือดในร่างกาย โดยผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) แล้วว่ามีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยไม่มาก หรือสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียว เป็นรูปตัว V Line หรือ U Shape
ภาพเปรียบเทียบก่อนหลังดึงหน้าร้อยไหม 1

ประเภทของไหมที่ใช้ในการรักษา

ไหมละลาย PDO (Polydioxanone) เป็นไหมที่ร่างกายจะกำจัดออกไปจนหมด ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน โดยที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะแตกต่างจากไหมยกกระชับใบหน้าชนิดอื่น ๆ ดังเช่น

ไหมแอปทอส (Aptos) ซึ่งมีลักษณะเป็นฟันปลา และเป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย หลังจากทำมักพบรอยช้ำนาน และต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งหากทำผิดวิธีอาจทำให้ใบหน้าไม่สมดุล และต้องมาผ่าตัดเพื่อเอาไหมออกด้วย

ไหมทอง (Gold Thread) ซึ่งจะประกอบไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ และมีโลหะเป็นองค์ประกอบด้วย แต่เป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย แต่มีข้อดีก็คือ ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ข้อเสียคือ มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และหลังทำจะไม่สามารถทำเลเซอร์หรือนวดหน้าด้วยคลื่นวิทยุได้ เพราะไหมทองดูดซับความร้อน อาจจะทำให้ขาดในผิวหนังได้ และนอกจากนี้ คนไข้บางรายอาจเกิด อาการแพ้ทองคำบริสุทธิ์ ที่เป็นองค์ประกอบของไหมได้ หากเกิดปัญหา ก็จะต้องมาทำการผ่าตัดเพื่อเอาไหมออกไปด้วยเช่นกัน
ภาพเปรียบเทียบก่อนหลังดึงหน้าร้อยไหม 2

ร้อยไหมด้วยไหมละลาย PDO

ไหมละลาย PDO จัดว่าเป็นไหมชนิดเดียวที่มีความปลอดภัยสูง และมีประสิทธิภาพสูงกว่าไหมละลายชนิดอื่น ๆ

แต่ไหมละลาย Catgut ซึ่งมักพบรอยช้ำแดงได้นานกว่าถึง 20 วัน 
หรือไหมละลาย PGA (Polyglycolic Acid) หรือไหม Polyglactic
ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ในช่วง 60 - 90 วันหลังร้อยไหม

เนื่องจากไหมชนิดนี้จะมีรูพรุนอยู่มาก ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายกว่า และละลายหายไปเร็วภายใน 3 เดือน ทำให้ประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดพังผืด หรือเส้นใยที่ดึงรั้งผิวเกิดเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น
ขณะที่ ไหม PDO จะคงอยู่ได้นาน 1 - 3 ปี เลยที่เดียว
ภาพเปรียบเทียบก่อนหลังดึงหน้าร้อยไหม 3

ขั้นตอนการดึงหน้า ร้อยไหม

1. แพทย์จะ ประเมินใบหน้า คนไข้ว่าควรร้อยไหมในตำแหน่งใดบ้าง และใช้จำนวนของไหมประมาณกี่เส้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้เองด้วย

2. โดยต่อมาแพทย์จะ ทายาชาร่วมกับการฉีดยาชา ในบางตำแหน่งก่อนจะที่จะทำการร้อยไหม

3. จากนั้นจะทำการร้อยไหมตามแนวที่ประมาณเอาไว้ โดยสอดเข็มเข้าไปจนสุดเพื่อปล่อยเส้นไหมไว้ในผิว ซึ่งเข็มจะมีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อ เพื่อให้การร้อยไหมง่ายและปลอดภัย จึงไม่ต้องกังวลว่าเข็มจะหลุดเข้าผิว เพราะมีปลายปีกผีเสื้อป้องกันไว้

4. ขณะที่ทำการร้อยไหมจะ รู้สึกเจ็บเล็กน้อยและอาจมีรอยแดงช้ำ ตามแนวที่ร้อยไหมได้บ้าง ซึ่งจะ หายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ หลังทำ
ภาพเปรียบเทียบก่อนหลังดึงหน้าร้อยไหม 4

หลังจากการดึงหน้า ร้อยไหม

ปกติแล้วหลังทำจะสังเกตุเห็นว่าผิวจะเริ่มตึงกระชับขึ้น และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากร่างกายจะมีการกระตุ้นเซลล์ที่ สร้างเส้นใยคอลลาเจน โดยจะสร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหม ที่ร้อยไว้ ทำให้ผิวมีการดึงรั้งมากขึ้น รวมทั้งตึงกระชับมากขึ้น ซึ่งจะเห็นผลได้ ชัดเจนในช่วง 1 - 2 เดือน หลังจากทำ

แต่จะคง อยู่ได้นานราวประมาณ 1 - 3 ปี และหลังจากทำไม่ควรทำเลเซอร์หรือทำการนวดคลึงใด ๆ กับใบหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และ หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหมโดยเด็ดขาด เป็นระยะเวลา ประมาณ 2 เดือนหลังทำ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น